วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ทางเลือกของชีวิตที่แท้จริง


ธรรมะเปิดโลก วันที่ 21 เมษายน 2558
ตอนที่ 4 **ทางเลือกของชีวิต**

ในเช้าของวันนี้ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระบิดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น พระองค์ท่านได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกลับมา กับพวกเราทั้งหลาย ดังนี้ว่า 
- - - -
พระยาธรรมเอ๋ย เส้นทางการเดินทางของจิตนั้น ถึงแม้ว่าดูผิวเผิน อาจจะมีเส้นทางให้เลือกเยอะแยะมากมาย 
เส้นทางที่มนุษย์จะเลือกเดิน ว่าจะเดินไปในแบบไหน ทำยังไงกับชีวิตของตน ก็อาจจะมีหลากหลายแบบ 
แต่ทางทั้งหลายเหล่านั้น แท้ที่จริงแล้วมันไม่ได้มีหลายทางเลย
-- รวมมาแล้ว ก็มีเพียงแค่ 2 ทางหลักๆ เท่านั้น --
การที่จะเดินทางใดก็ตาม เลือกที่จะเป็นแบบไหนก็ตาม 
ท้ายที่สุดเราก็อยู่ในทางเดียว คือ เดินไปในวัฏสงสาร เดินไปไม่รู้จักจบสิ้น
ชาตินี้อาจจะเลือกที่จะเป็นทหาร เลือกที่จะเป็นตำรวจ เป็นหมอ เป็นคนดี เป็นคนชั่ว เป็นนักบวช เป็นฆราวาส
... เลือกได้ในทุกแบบที่เราเลือก
แต่แท้ที่จริงแล้ว ถ้าเรานั้นยังทำอยู่ ยังไม่จริงจัง และยังไม่เลือกที่จะออกจากวัฏสงสารนั้น 
ท้ายที่สุด ทางเดินก็เดินไปสู่ทางเดียวกัน คือ เดินไปในวัฏสงสาร เดินไปไม่รู้จักจบสิ้น…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จริงๆ แล้วการเดินทางของจิต มีอยู่แค่ 2 ทาง
1. คือ เดินไปในวัฏสงสาร ไปเรื่อยๆ และเส้นทางเส้นนั้นก็ยาวไกล ไม่มีสิ้นสุด 
> นอกจากเราจะเลือกที่จะเปลี่ยนทางเดินใหม่ ...
ทางที่ 2. คือ เดินไปสู่ความพ้นทุกข์ เดินออกไปจากวัฏสงสาร
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จริงๆ แล้ว ชีวิตของคนเรา ชีวิตของจิตทุกดวง มีทางเลือกอยู่แค่ 2 ทาง 
1. คือ เดินออก 
2. คือ เดินกลับเข้าไป
-- มีอยู่ 2 ทางเท่านั้น--
แต่การที่เราเดินไปอยู่ในวัฏสงสารนั้น เป็นการที่เราเลือกเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด 
และในทางเส้นนั้น ก็มีแต่ความทุกข์ ที่ปนเปื้อนรอเราอยู่
เมื่อเราเดินเข้าไปในนั้นเมื่อไหร่ เราก็จะเจอแต่กับความทุกข์ และไม่มีทางสิ้นสุดเลย.. ลูกเอ๋ย
ชาตินี้เกิดมา ก็เป็นทุกข์แล้ว 
แก่มา ก็เป็นทุกข์
เจ็บ และตาย พลัดพรากจาก เป็นทุกข์ทั้งหมด
ชาติไหนเกิดมา ไม่ว่าจะเกิดสถานะใดก็ตาม > * ก็หนีความทุกข์ไปไม่ได้ *
ถึงแม้จะไปเกิดเป็นเทพบุตร เป็นนางฟ้า หรือในสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่ง 
ก็ไม่อาจหนีพ้นความทุกข์ไปได้เลย..ลูกเอ๋ย 
เพราะทางเส้นนั้น ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา 
ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้ และหยุดอยู่กับเรา...
ความต้องการ ก็ยังจะวิ่งตามสิ่งที่ต้องการอยู่ตลอดเวลา
ความต้องการนั้น ไม่มีทางที่จะพอเลย.. แม้สักวันหนึ่ง
หากเราไม่หยุด ความต้องการของเรา การเกิด การเวียนวน นั้นก็คงยังมีกับเราเสมอ และตลอดไป 
จนไม่จบไม่สิ้นสักทีเลย.. ลูกเอ๋ย
สิ่งที่เราเจอนั้น คือ *ความทุกข์* เท่านั้น
ส่วนอีกทางที่เป็นทางของการเดินออกจากวัฏสงสาร...
ที่นั่น เขามีการหยุดเดินไปแล้ว ก็จะมีวันหยุด 
แต่ถึงแม้ว่ามันจะลำบากเพียงใด …
> มันก็ดีกว่า การที่เราเดินไปไม่รู้จบ วนไปไม่รู้หยุด เหนื่อยไปไม่รู้จบซักที.. อยู่เช่นนั้น
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การที่เรามีความตั้งมั่น ฝึกฝน อบรมตน ตั้งใจ ฝึกหัด ในการเดินเข้าไปสู่ทางพ้นทุกข์นั้น 
ใช้เวลาไม่มากหรอกลูก 
ขอเพียงแค่เรา-- มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง และแน่ใจว่า เราจะเดินไปสู่ทางพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง
และยอมเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชาตินั้น
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ไม่ว่าเราจะยอมสละคืนเสีย ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง หรือไม่ยอม 
ท้ายที่สุด.. > เราก็จะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ดี
*การพลัดพรากจาก* 
ถึงแม้ว่าเราจะไม่อยากที่จะพลัดพรากจากใครเลย แม้แต่คนหนึ่ง 
แต่เมื่อถึงเวลา เราก็ต้องพลัดพรากจากอยู่ดี
บุคคลที่ปล่อยให้ตนเองจมอยู่ ยึดติดอยู่ ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านั้น 
และไม่ยอมปล่อยตนให้เป็นไปตามเหตุ 
ไม่ยอมปล่อยจิตแห่งตนให้ระลึกรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ไม่อาจฝืนความจริงไปได้ 
บุคคลผู้นั้น.. เขาย่อมวนไปในวัฏสงสาร 
-- การพลัดพราก การจาก จะไม่เกิดขึ้นกับเขานั้นเพียงครั้งเดียว --
แต่บุคคลผู้ใด ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะไปสู่ทางที่หยุดทุกข์ คือ พระนิพพาน
// จะหยุดการเดินไปในวัฏสงสารนั้นอย่างแท้จริง และตัดสินใจ ละ เลิก ปล่อย วาง ไม่สนใจ กับสิ่งที่มี ที่เป็น 
ฝึกจิตแห่งตนให้เรียนรู้กับการพลัดพราก เรียนรู้กับการสูญเสีย ตั้งแต่ตนนั้นยังมีชีวิตอยู่ 
และฝึกตนให้เห็นความเป็นธรรมดาอยู่ในนั้น และยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้น 
รวมถึงร่างกายของตนด้วย กลับคืนสู่ธรรมชาติ
บุคคลผู้นั้น เขาย่อมที่จะจบการพลัดพรากจาก / จบการตาย / จบการเกิดด้วย ในภพชาตินั้น
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การพลัดพราก การจากกันนั้น จะเกิดขึ้นกับเราทุกคน.. 
ไม่ว่าเราจะเตรียมตัว เตรียมใจ รู้ทัน ฝึกฝนเอาไว้ก่อน หรือว่าไม่ทำเช่นนั้น 
** มันก็จะเกิดขึ้นกับเราเป็นแน่แท้ และเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้นได้ ** 
ไม่ว่าผู้รู้ หรือผู้ไม่รู้ ไม่ว่าผู้ที่ยอมรับ หรือว่า ไม่ยอมรับ
... ท้ายที่สุด สิ่งทั้งหลายเหล่านั้น ก็จะเกิดขึ้นกับเรา ...
แต่มันจะดับลง หากว่าเรานั้นยอมรับเสีย /สละคืนเสีย ซึ่งทุกอย่าง มันจะจบลง 
-- จากกันแต่เพียงชาตินี้ 
-- เจ็บปวด แต่เพียงชาตินี้
-- ทุกข์ทรมาน แต่เพียงชาตินี้
การจากเป็นนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รู้และมีโอกาสไตร่ตรอง ถึงเหตุของการมาเกิด 
เป็นการที่ทำให้เรานั้นสามารถนำไปฝึกฝนจิตแห่งตน จนดับการเกิดได้
แต่การที่เรายื้อทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ และให้จากตาย หรือพลัดพรากจากกัน ด้วยความไม่มีสตินั้น.. 
ก็ยังจะทำให้เราลุ่มหลง และเกิดมานับภพชาติไม่ถ้วน 
ที่จะต้องเกิดมายึดติดเช่นนี้ / ทุกข์เช่นนี้ / พลัดพรากจากเช่นนี้
ลูกทั้งหลายเอ๋ย..
จงหยุด หยุดความคิดแห่งตนในภพนี้ ชาตินี้เถิดลูก 
จงหยุด โดยการสละคืนเสียทุกสิ่งทุกอย่างสู่ธรรมชาติ และโลก 
แม้แต่กายนี้ ก็ไม่ใช่ตัวตนของเรา.. ไม่ใช่เรา
มันเป็นหนทาง ที่เราจะหลงเข้าไปติดอยู่กับมัน และหลงเข้าไปอยู่ในวัฏสงสาร 
* ทำให้เวียนว่ายตายเกิด ไม่จบไม่สิ้น 
* ทำให้เรานั้นเวียนว่ายตายเกิดไป ไม่มีวันหยุด
แต่หากว่า เรานั้นรู้แล้ว ไม่ลุ่มหลง เดินไปในทางนั้น 
> เราก็จะสามารถออกไปจากวัฏสงสาร เพื่อหยุดทุกสิ่งทุกอย่างได้ ด้วยตัวเราเอง
ทางเดินเส้นหนึ่ง แม้จะทุกข์หน่อย แต่ถ้าเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เราก็ทุกข์แต่เพียงครั้งเดียว แล้วก็จบไป 
มีวันหยุดให้แก่เรา ความทุกข์จะไม่เกิดขึ้นกับเราอีกต่อไป
แต่ทางอีกเส้นหนึ่ง ถ้าเกิดว่า เรานั้น ยังกลัวอยู่กับการสูญเสีย การพลัดพราก และลุ่มหลงอยู่ 
ทางเส้นนั้น ถึงแม้ว่า จะลำบาก โดยที่เราไม่รู้ว่าลำบาก เราอาจจะดูว่ามันง่าย แต่แท้ที่จริงแล้ว มันเป็นทางที่ลำบาก และไม่มีวันจบสิ้น ไม่มีวันหยุดทุกข์เลย

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. 
ทางที่ 1 คือ หยุดเดิน และออกจากวัฏสงสาร หยุดทุกข์
ทางที่ 2 คือ เดินไปเรื่อยๆ ทุกข์ไปเรื่อยๆ เจอวันนี้ พลัดพรากจากพรุ่งนี้ 
และก็วนกลับมาในภพหน้าใหม่ แล้วก็เจอใหม่ พลัดพรากใหม่ 
ชาตินี้ทุกข์เพราะเหตุหนึ่ง ชาติหน้าทุกข์เพราะอีกเหตุหนึ่ง 
-- ภพชาติเวียนวน ไม่รู้จักจบ --
จงอดทนเถิด.. การพลัดพรากเพียงครั้งเดียว แล้วทำให้เรานั้นได้พ้นไป.. 
นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า ที่ให้ต้องเกิดมา และพลัดพรากจากกัน.. ไม่รู้จบ ไม่รู้สิ้นซักที
จิตทุกดวงเกิดมา ล้วนแล้วแต่อยู่ใต้กฎแห่งกรรม / ล้วนแล้วแต่อยู่ใต้กฎแห่งธรรมชาติ
ทุกคนไม่สามารถที่จะชนะมันได้เลย 
ทุกคนต้องเวียนวน เวียนว่ายไปตามกฎของมัน 
แต่หากว่า เรานั้นเข้มแข็ง // ฝึกจิตแห่งตนให้อยู่เหนือมันได้.. 
เราก็จะเลิกเป็นทาสของมัน / เลิกวนไปกับมัน / เลิกถูกมันทำร้าย
ลูกทั้งหลาย.. ธรรมชาตินั้น ครอบงำเราอยู่ ทำให้เราทุกข์อยู่ และหลงอยู่
แต่วันใด ที่เราสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ โดยการ..
// ไม่หลงอยู่กับมัน 
// ไม่ยึดถือว่า มันคือเรา 
// ไม่วิ่งไปตามมัน 
// ไม่ทุกข์เพราะมันแล้วนั้น
... เราก็จะสามารถอยู่เหนือมันได้ ไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจของมันอีกต่อไป 
> ไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะมัน อีกต่อไปแล้ว …
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงแสวงหาทางที่ถูกต้อง ให้แก่ชีวิตของจิตตนเถิด 
อย่าปล่อยให้ตนนั้นต้องเดินไปอยู่ในกองทุกข์ โดยไม่รู้จักจบสิ้นเลย 
เพราะทางที่จะหยุดทุกข์นั้น.. มีอยู่ 
> เพียงแค่ลูกนั้นตั้งใจ เข้มแข็ง-- ข้ามผ่านมันไปให้ได้ใน 1 คราว **
ชีวิตของคนเรา เมื่อเกิดมาแล้ว ก็เหมือนคนหนึ่งที่ว่ายน้ำอยู่กลางทะเล 
ไม่ว่าเราจะเหนื่อย เราก็ต้องว่ายข้ามให้พ้นให้ได้ /ไปให้ถึงฝั่งให้ได้ 
เมื่อเราจะล้า จะท้อ จะไม่ว่ายน้ำทะเลนั้น > เราก็ต้องอยู่กลางทะเล และจมอยู่ในนั้นอยู่ดี
ท้ายที่สุด ทุกคนก็ต้องนำพาชีวิตของตนเอง ดิ้นรนขวนขวาย จนกว่าจะข้ามพ้นฝั่ง
-- แต่เมื่อถึงฝั่งแล้ว เราก็ต้องว่ายกลับมาอีก ว่ายอยู่อย่างนั้นไม่รู้จักจบสิ้น--
บุคคลเกิดมาแล้ว ต้องดิ้นรนขวนขวาย ทำหน้าที่แห่งตน จนสิ้นสุดชีวิต 
ตราบใดที่ยังไม่ตาย ยังไม่จบชีวิตนี้ ก็ยังคงดิ้นรน และเป็นทุกข์อยู่เสมอ.. 
ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังคงมีสิ่งที่ต้องเผชิญ
แม้เราจะเหนื่อย จะทุกข์ จะท้อเพียงใด ลมหายใจยังมีอยู่ เราก็ยังคงต้องดิ้นรน เพื่อให้ผ่านพ้นไป 
พอถึงวันหนึ่ง ที่เราตายแล้ว เหมือนคนที่ว่ายน้ำข้ามฝั่ง ไปจนถึงฝั่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย 
... เพราะกฎแห่งธรรมชาติ ก็ลิขิตให้เรากลับมาว่ายใหม่ ...
ลูกทั้งหลาย.. การที่เราตายแล้ว ก็ยังไม่ได้หยุดการเดินทางของจิตเลย.. 
เพียงแต่ไปถึงฝั่งแล้ว แล้วจะได้ว่ายกลับคืนมาใหม่ 
พายุในแต่ละรอบ อาจจะต่างกัน 
คลื่นน้ำในแต่ละรอบ อาจจะแตกต่างกันบ้าง 
... แต่ก็ไม่ได้พ้นความเหน็ดเหนื่อย ไม่ได้พ้นความทุกข์เลย ...
การวนเวียนไปในวัฏสงสาร ก็เป็นเช่นนั้นแหละลูก ต้องว่ายข้ามไปให้ถึง
เมื่อถึงแล้ว ก็ต้องว่ายกลับมาให้ถึงอีก 
> ว่ายไป ว่ายมา ได้แต่ความทุกข์...
ไม่มีอะไรเลยที่ได้ไป ไม่เห็นจะมีอะไรเลยที่เกิดประโยชน์ และมีอยู่อย่างแท้จริง
** มีแต่ความทุกข์เท่านั้น**
จงหยุดเถิด ลูกเอ๋ย.. หยุดว่ายน้ำ ข้ามพ้นทะเลอันกว้างไกล 
ทะเลอันกว้างไกลนั้น ก็เหมือนวัฏสงสารที่สุดลูกหูลูกตา-- ช่างกว้างใหญ่นัก 
-- ไม่ว่าเราจะว่ายไปนานขนาดไหน ก็ไม่จบ ไม่พ้น ข้ามไม่ได้สักที --
จงหยุดเถิดลูก.. อดทนสักหน่อยหนึ่ง เพื่อข้ามพ้นให้ได้ในภพนี้ ชาตินี้ 
เราจะได้เจ็บปวดเพียงครั้งเดียว /
เราจะได้ทุกข์เพียงแค่ครั้งเดียว /
และการที่เราออกจากกองทุกข์ได้นั้น…
> เรายังสามารถนำพาบุคคลที่รักทั้งหลาย ออกจากทะเลทุกข์แห่งนั้นได้ด้วย --
จงฝึกจิตแห่งตนให้เข้มแข็ง ออกจากทะเลทุกข์ให้ได้ เพื่อตนและบุคคลที่รักจะได้ไม่ต้องไปว่ายน้ำทะเล โดยเปล่าประโยชน์ ว่ายไปโดยมีแต่ความทุกข์ ว่ายไปโดยไม่มีจุดมุ่งหมายอะไร
ลูกทั้งหลายเอ๋ย... ความทุกข์ในวัฏสงสารนั้น ก็เป็นเช่นทะเลอันกว้างไกล 
-- ดวงจิตที่เวียนว่ายอยู่ ก็เป็นดังคนที่ว่ายน้ำในทะเล -- จนไม่รู้จักจบสิ้น 
เป็นเช่นนั้นแหละ..ลูกเอ๋ย
ฉะนั้น.. จงพิจารณาธรรมนี้ ให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง 
แล้วหยุดเดินทางด้วยการอดทน ในความเจ็บปวด // 
อดทน ในการพลัดพราก ในชาตินี้ ภพนี้ให้สิ้นสุดไปเถิด
-- เพื่อลูกนั้น จะได้หยุดทุกข์เสียที --
สาธุ


https://youtu.be/sBWhGrjdawY

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น