วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

คำสอนสุดท้ายก่อนพระพุทธองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน

ตอนมา : เจ้ามาคนเดียว
ตอนไป : เจ้าก็ไปคนเดียว
ตอนมา : เจ้าอ่อนแอ
ตอนไป : เจ้าก็อ่อนแอ
ตอนมา : เจ้าไม่มีเงินทองข้าวของมากมาย
ตอนไป : เจ้าก็ไม่มีเงินทองข้าวของอะไรเลย
ตอนเจ้าอาบน้ำครั้งแรก มีคนอาบให้เจ้า
ตอนเจ้าอาบน้ำครั้งสุดท้าย ก็มีคนอาบให้เจ้า
นี่คือ ความจริงของชีวิต !!!

💥แล้วทำไมมนุษย์เราจึงมีเต็มไปด้วย
ความอาฆาตพยาบาท อิจฉาริษยา
เกลียดชัง ขุ่นเคือง หยิ่งทะนง โลภ
และเห็นแก่ตัวมากมาย ขนาดนั้นไปทำไมกัน
เพราะตอนที่เราต้องจากไป
เราก็เอาอะไรไปไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
มีแต่บุญและบาปเท่านั้น ที่จะติดตัวเจ้าไปสู่ภพใหม่

🙏คำสอนสุดท้ายก่อนพระพุทธองค์
จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน

🙏พระองค์ตรัสสอนไว้ว่า "จงอย่าประมาท"
1. อย่าประมาทในชีวิตว่าจะยืนยาว
2. อย่าประมาทในวัยว่ายังหนุ่มยังสาว
3. อย่าประมาทในสุขภาพว่ายังแกร่งกร้าว
4. อย่าประมาทในเวลาว่ายังเหลือมากเกินจะกล่าว
5. อย่าประมาทในธรรมะและบุญกุศลว่า
    "เอาไว้ก่อน วันหลังค่อยทำ"

......ใครก็ตามที่ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท
คนคนนั้นได้ชื่อว่า เป็นผู้ใช้ชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด
ส่วนใครก็ตามที่ประมาท พระพุทธเจ้าตรัสว่า
เป็นคนที่ตายไปแล้วครึ่งตัว

💥คำถามสำคัญที่สุด
ที่เราจะถามตัวเองก่อนจากโลกนี้ไป
ก็คือ ท่านได้เตรียมตัวให้พร้อม
ต่อการจากลาโลกนี้ไปแล้วหรือยัง ?

💥มาตัวเปล่าแล้ว ก็ไปตัวเปล่า
ตายแล้ว เอาอะไรไปไม่ได้เลย
ตายแล้วไปไหน คนเราเกิดมาทำไม
จงอย่าประมาทในการใช้ชีวิตเลย

#คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

  อิติปิโส​ วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง​ พุทธะปิติอิ

  * หลวงพ่อได้เล่าถึงความเป็นมาและวิธีใช้คาถาบทนี้ไว้ดังนี้
   สมัยหนึ่ง มีคนเขามาหาท่านแล้วเขาส่งหนังสือมาให้ เวลานั้นเป็นเวลาค่ำท่านบอกว่า เวลาค่ำอย่างนี้อ่านหนังสือไม่ออก จะต้องจุดไฟ แล้วก็ใช้แสงไฟส่องอ่าน​ พอตกเวลากลางคืน ก็ปรากฏว่าเวลาที่ท่านเจริญพระกรรมฐาน ก็ใช้กำลังของอภิญญาหกส่งจิต โดยใช้มโนมยิทธิไม่ใช่ใช้อภิญญาใหญ่ ขึ้นไปนมัสการสมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา ที่จุฬามณีเจดีย์สถาน​ เมื่อไปถึงก็กราบองค์สมเด็จพระพิชิตมาร พอเงยหน้าขึ้น
   *องค์สมเด็จพระชินศรีก็ตรัสว่า
ตามธรรมดาพระนี่ถึงไม่มีแสงไฟ ก็ควรจะอ่านหนังสือออก ท่านก็ถามว่าทำอย่างไรจึงจะอ่านออกพระพุทธเจ้าข้า
   * สมเด็จท่านตรัสว่า ทิพจักขุญาณของเธอมีแล้ว​ แต่อาศัยที่เป็นผู้ปรารถนาพุทธภูมิมาเดิม ทิพจักขุญาณจึงไม่แจ่มใสเหมือนพระอริยเจ้า

   ฉะนั้นเพื่อจะให้ความแจ่มใสเกิดขึ้นเห็นภาพชัด ควรปฏิบัติแบบนี้ ควรใช้คาถานี้ ไปภาวนาจนกว่าจะเป็นฌานสมาบัติ

  #คาถาก็คือคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่าคาถาว่าดังนี้
  #อิติปิโส #วิเสเสอิ #อิเสเส #พุทธะนาเมอิ #อิเมนา #พุทธะตังโสอิ #อิโสตังพุทธะปิติอิ​

  * สมเด็จตรัสว่า คาถานี้ถ้าไปเรียนและภาวนาทำให้เป็นฌานนิมิตต่างๆ จะแจ่มใส คนที่ตาไม่ดีก็อ่านหนังสือออกได้หรือว่าเวลามืดๆ ก็สามารถจะมองเห็นหนังสือมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามประสงค์ถ้าใช้คาถานี้เป็น ฌานท่าน​ย้ำมาว่ามืดๆ ก็อ่านหนังสือออก ท่านก็มาทำมาทำได้ไม่นานทำเพียงครู่เดียวจิตเข้าถึงฌานสี่ ทรงฌานสี่สบายๆ ก็เลยว่ากันถึงฌานแปด ถึงฌานแปดสบายก็หลบลงมาถึงฌานสี่ในรูปฌาน ทำไปทำมาก็ลองหลับตาอ่านหนังสือก็เห็นอ่านออก​ แต่วิธีนี้จะใช้ทั่วๆไปไม่ได้เอาไว้ใช้แต่เมื่อมันจำเป็น จำเป็นจริงๆ ไม่ต้องหยิบหนังสือมา เป็นแต่เพียงนึกว่าจะอ่านหนังสือมันก็มีความเข้าใจว่าหนังสือฉบับนั้นเขาว่าอย่างไร
หลวงพ่อบอกว่า "ใครอ่านแล้วเอาไป ทำได้จงอย่าทำตนเป็นคนวิเศษ​ เวลาอ่านหนังสือต่อหน้าคนมันอ่านไม่ออก จริงๆ ก็ใช้ไฟใช้แว่นส่อง ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ก็เอาจิตดับจากภาพหนังสือนั้นเสีย
ใช้ใจอย่างเดียวก็จะอ่านหนังสือออก"

 ⚜ #พระพุทธคาถา

  #สัมมาสัมพุทธัสสะ #พระอะระหังพุทโธนะโมพุทธายะ

  ท่านให้บูชาพระคือสวดมนต์ทุกคืนๆ ละ ๗ จบ​ หลวงพ่อบันทึกไว้ในสมุดบันทึกของท่านว่าดังนี้
ท้าวมหาราชทั้ง ๔ นำมามอบให้วันที่ ๒๑ สิงหาคม​ ๒๕๐๙ เวลา ๙ น. ณ สำนักพระยายม ท่านพระยายมบอกให้ทราบว่าท้าวมหาราชทั้ง ๔ จะมาคุยด้วย แล้วท้าวมหาราชาทั้ง ๔ ก็มา #ท่านท้าวธตรฐมาก่อนแล้วท้าววิุฬหก #ท้าววิรูปักษ์ และ #ท้าวเวสสุวัณมาตามลำดับ ท่านเอาคาถามาให้ดูบอกว่า #พระอินทร์ให้นำมาถวาย โดยกล่าวว่า #พระอินทร์รับพระบัญชาจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เอามาให้ #ท่านว่าคณะท่านทั้ง ๔ #และเทวดาจะตามรักษาคาถานี้ให้เป็นไปตามนั้น อานุภาพคาถามีดังนี้

 🔹️๑.​ ศัตรูจะพินาศไปเองเมื่อคิดประทุษร้าย
 🔹️๒. จะเกิดผลในด้านมงคลทุกประการตามที่ปรารถนา
 🔹️๓. จะสามารถเห็นได้แจ่มแจ้งด้วยญาณ เห็นได้ชัดเจนทุกประการ และทุกขณะที่ประสงค์จะเห็น
 🔹️๔. เป่าให้ศิษย์ผู้เรียนทิพจักขุญาณ และเรียนไปปรโลกได้ มีญาณเครื่องเห็นแจ่มใส

🙏คำสอนหลวงพ่อ​พระราช​พรหมยาน​ วัดจันทาราม(ท่าซุง)​ ต.น้ำซึม​ อ.เมือง​ จ.อุทัยธานี
📖หนังสือ​คำ​สอน​หลวงพ่อ​วัดท่าซุง​ ๔๘​ หน้าที่​ ๒​ (สมบัติพ่อให้)

#วัดสี่แยกเจริญพร

พระอริยสงฆ์หลายองค์กล่าวถึงหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

หลวงปู่ดาบส สุมโณ พูดถึงหลวงพ่อฤๅษีฯ ว่า "พระคุณเจ้าองค์นั้นเป็นอรหันต์องค์เอกองค์หนึ่งของโลก ในปลายศาสนา ๕๐๐๐ ปี จะหาใครสอนเสมอเหมือนพระคุณท่านหาไม่ได้แล้ว พระคุณท่านองค์นั้นสอนได้คล้ายพระพุทธเจ้าสอน เพราะท่านปรารถนาพระโพธิญาณ ถ้าท่านไม่ลาพุทธภูมิหักใจเป็นพระอรหันตสาวกเสียก่อน ท่านเทศน์คราวไร เรา..พวกเรานี้ที่บำเพ็ญบารมีตามท่านมา ก็จะฟังเทศน์จากท่านเพียงครั้งเดียวก็จะเป็นพระอรหันต์ตามได้ จำไว้นะ ! กลับไปฟังคำสอนของพระคุณท่าน ฟังเทปของท่าน ดูวีดีโอของท่าน ให้ส่งจิตคิดตามเสียงท่านประหนึ่งว่าเป็นเสียง ในใจเรา ก็อาจจะบรรลุมรรคผลได้ตามที่ตัดสินใจ ตามเสียงนั้นเฉพาะหน้า เหมือนฟังจากพระพุทธเจ้านั่นแหละ องค์นี้หาใครสอนได้เสมือนท่านยากนักหนาแล้ว" 

ท่านเจ้าคุณหลวงพ่อ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินธโรมหาเถระ) วัดสามพระยา ปรารภกับหลวงพี่ ท่านพระครูปลัดอนันต์ พัทธญาโณ เจ้าอาวาส วัดท่าซุงว่า " คำสอนของท่านเจ้าคุณพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) ใช้เป็นตำราได้ทั้งหมดนะ " 

พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านเจ้าคุณพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร มหาเถระ) บอกว่า "หลวงพ่อมหาวีระ(หลวงพ่อฤาษี) ท่านเป็นโลกวิทู แจ้งทั้งโลก แจ้งทั้งธรรม" 

หลวงปู่บุดดา ถาวโร ยังปรารภถึงหลวงพ่อว่า " หลวงปู่น่ะเหมือนหิ่งห้อย หลวงพ่อมหาวีระ(หลวงพ่อฤาษี) นั้นเหมือนพระอาทิตย์" 

ครูบาคำแสนเล็ก ท่านบอกว่า “หลวงปู่ บวชมา 60 กว่าพรรษา เข้านี่แล้วยังไม่เคยพบพระองค์ไหนเหมือนหลวงพ่อ(หลวงพ่อฤาษี) ” 

หนังสือลูกศิษย์บันทึก เล่ม ๒ ในปีพ.ศ. ๒๕๑๕ หลวงปู่ชุ่ม โพธิโก หลวงปู่คำแสน คุณาลังกาโร กำลังสนทนาธรรมกันที่วัดป่าดอนมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เขียนกำลังรับฟังธรรม จากพระเดชพระคุณท่านฯ ทั้งสองอยู่ หลวงปู่ชุ่มก็หันหน้ามา บอกผู้เขียนว่า “ท่านบุญรัตน์ ให้ไปกราบหลวงพ่อใหญ่ วัดท่าซุงหน่อย ท่านเป็นพระทอง หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ท่านเปี่ยมด้วย เมตตาบารมี ใครได้กราบไหว้ก็เป็นบุญกุศลใหญ่นัก” หลวงปู่คำแสนซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ ก็กล่าวเสริมขึ้นว่า “เออ ดีมาก หลวงพ่อวัดท่าซุงเป็นผู้ประกอบไปด้วยเมตตาธรรมอันสูงส่ง เหมือนกับครูบาศรีวิชัย หาที่ไหนไม่ได้แล้ว” ผู้เขียนได้รับฟังหลวงปู่ทั้งสององค์บอกกล่าว ดังนั้น ก็ก้มกราบเท้าทั้งสองหลวงปู่ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ จนน้ำตาไหล หลวงปู่ชุ่มบอกว่า “พระเดชพระคุณหลวงพ่อวีระ วัดท่าซุงนี่ท่านเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมอันสูงมาก บารมีสูง ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของท่าน ท่านจะไม่มาอีกแล้ว จะเข้าสู่พระนิพพาน เพราะฉะนั้นท่าน จึงสั่งสอนให้ลูกหลานและศิษย์ท่านปฏิบัติให้เข้าถึง พระนิพพานกันหมด” หลวงปู่ชุ่มบอกกับผู้เขียนว่า “ขอให้ท่านจงได้ปฏิบัติติดตามคำสอนของพระเดชพระคุณ หลวงพ่อเถอะ จะได้ถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้” ผู้เขียนก็น้อมรับว่า “สาธุ” ตั้งแต่นั้นมาผู้เขียนก็ได้มีโอกาส ได้ไปกราบเท้าพระเดชพระคุณเจ้าประคุณหลวงพ่อฯ อีกหลายครั้ง.

***************************
น้อมกราบแทบเท้าหลวงพ่อฤาษีลิงดำ