วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560



” หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” นามนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักของชาวไทยชาวพุทธทุกผู้ทุกนาม หากยังเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงของคนทั่วไป แม้หลวงปู่ทวดจะละสังขารดับขันธ์ไปนานแล้วกว่า 400 ปี แต่บุญญาบารมีและเมตตาบารมีของท่านก็ยังปรากฏเป็นอภินิหารปราบถึงปัจจุบัน
ณ ที่นี้จะขอน้อมนำเอาเรื่องราวมหัศจรรย์ของอภินิหารซึ่งสืบเนื่องกับหลวงปู่ทวดมาแสดงไว้เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้ประจักษ์ถึงเมตตาบารมีอันไม่มีที่สิ้นสุดของหลวงปู่ทวดที่ช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ที่เคารพศรัทธาต่อท่านให้รอดพ้นภยันตรายมาได้อย่างเหลือเชื่อ
สิ่งแทนองค์ของหลวงปู่ทวดซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาและเป็นสถานที่สักการะบูชาต่อองค์ท่านนอกจากศาสนสถานวัดวาอารามที่ท่านเคยจำพรรษาเช่นวัดพะโคะ ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ยังมีรูปเหมือนรูปปั้นรูปหล่อของท่าน สถิตอยู่ตามวัดวาอารามต่างๆทั่วประเทศจนนับไม่ถ้วนเพื่อให้กราบไหว้บูชา
และแทนองค์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือพระเครื่องหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
หลวงปู่ทวดโด่งดังเป็นที่เลื่องลือในอภินิหารยิ่งและเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของผู้มีไว้ในครอบครองอย่างสูงสุดเพราะพระเครื่องหลวงปู่ทวดได้แสดงอภินิหารปกป้องคุ้มครองชีวิตเขาให้รอดพ้นอันตรายมาได้ด้วยปาฏิหาริย์มาแล้ว
อย่าว่าแต่คนไทยที่เชื่อศรัทธาพระเครื่องหลวงปู่ทวดเลย แม้แต่ฝรั่งชาวยุโรป ก็ยังศรัทธาเคารพนับถือความศักดิ์สิทธิ์อย่างหมดหัวใจและฝรั่งชาวยุโรปคนดังกล่าวไม่ใช่ธรรมดาเสียด้วยหากเป็นถึงท่านผู้นำประเทศที่เจริญสูงสุดประเทศหนึ่งท่านผู้นี้คือประธานาธิบดีเดอโกลส์แห่งประเทศฝรั่งเศส
ท่านประธานาธิบดีท่านนี้เคยถูกปองร้ายหมายชีวิตจากฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นศัตรูทางการเมืองโดยการลอบยิงและวางระเบิดถึง 7 ครั้งแต่ก็แคล้วคลาดรอดพ้นอันตรายทุกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ประชาชนชาวฝรั่งเศสยกย่องประธานาธิบดีของเขาว่าเป็นผู้นำที่โชคดีที่สุดในโลก
แต่ตัวท่านประธานาธิบดีเดอโกลส์รู้อยู่แก่ใจท่านดีว่าเหตุที่ท่านรอดชีวิตมาได้ถึง 7 ครั้ง 7 หนนั้นเนื่องจากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากประเทศไทยคุ้มครอง
สิ่งนั้นคือ”หลวงปู่ทวดวัดช้างให้”
ทุกครั้งที่ประธานาธิบดีเดอโกลส์จะออกจากทำเนียบสู่ภายนอกท่านจะอาราธนาพระเครื่องหลวงปู่ทวดติดตัวทุกครั้ง พร้อมกับกล่าวคำบูชาด้วยการท่องนะโม 3 จบแล้วอธิษฐานขออำนาจบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวดช่วยปกป้องคุ้มครองขออย่าให้มีภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวงมาทำร้ายท่านได้
เรื่องมหัศจรรย์เรื่องนี้กล่าวได้ว่ามีผู้รู้น้อยมากและออกจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับฝรั่งชาวยุโรปโดยทั่วไปซึ่งไม่เชื่อถือเครื่องรางของขลังและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆเนื่องจากเห็นเป็นเรื่องงมงายไร้เหตุผลแต่สำหรับท่านประธานาธิบดีเดอโกลส์กลับเชื่อถือและยึดมั่นพระเครื่องหลวงปู่ทวดโดยไม่ลังเลสงสัยใดๆทั้งสิ้น
พระเครื่องหลวงปู่ทวดที่ประธานาธิบดีเดอโกลส์อัญเชิญติดตัวตลอดเวลานั้นได้รับมาจาก ◎เอกอัครราชทูต ประจำประเทศไทยเมื่อปีพ. ศ.2502 เป็นพระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดช้างให้รุ่นแรก
ความศักดิ์สิทธิ์อัน มหัศจรรย์ของ พระหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ของท่านประธานาธิบดีเดอโกลส์ ยังมี ฯพณฯ เรมอน ออฟ ฟรอย เพื่อนสนิทของท่านประธานาธิบดีอีกคนหนึ่งรับรู้ด้วยและยอมรับนับถือความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
จากประวัติของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดการถือกำเนิดในโลกมนุษย์ของท่านแม้จะเกิดในตระกูลราษฎรสามัญธรรมดาแต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างปรากฏขึ้นในวัยเด็กที่บ่งชี้ว่าท่านคือผู้มีบุญญาบารมีมาอุบัติ….
หลวงปู่ทวดเกิดเมื่อวันศุกร์เดือน 5 ปีมะโรง พ. ศ. 2125 ณ บ้านสวนจันทร์ ตำบลชุมพล อำเภอเมืองจะทิ้งพระ (อ.สทิงพระ จังหวัดสงขลาปัจจุบัน) บิดาชื่อหู มารดาชื่อจัน บิดามารดาตั้งชื่อให้ท่านว่าปู (หนังสือพงศาวดารจากเทศาภิบาลเล่ม 3-4 ร.ศ.126)
อภินิหารมหัศจรรย์ครั้งแรกที่ปรากฏแก่หลวงปู่ทวดเกิดขึ้นขณะแรกคลอดจากครรภ์มารดา กล่าวคือเกิดแผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแผ่นดินไหวได้ชั่วครู่ก็สงบเงียบและไม่ได้ทำให้บ้านเรือนทรัพย์สินของผู้ใดเกิดความเสียหายแม้แต่น้อย
นายหูและนางจันดี บิดามารดามีฐานะเข้าขั้นยากจน ต้องอาศัยอยู่ในที่ดินของคหบดีผู้เป็นเศรษฐีผู้หนึ่งชื่อปานรับจ้างทำนาปลูกข้าวให้แก่เศรษฐีปานพอเลี้ยงชีพอยู่รอดไปวันๆ หลังจากนางจันคลอดบุตรได้ไม่นานก็ถึงฤดูเก็บเกี่ยวเศรษฐีปานจึงระดมข้าทาสบริวารและผู้มาอาศัยพึ่งใบบุญของตนช่วยกันลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวในนา นางจันซึ่งพึ่งคลอดบุตรก็ต้องออกแนวไปช่วยเขาเกี่ยวข้าวด้วย
วันที่ออกไปเกี่ยวข้าวนางจันผู้เป็นมารดาได้พาลูกน้อยไปด้วยโดยผูกเปลไว้ระหว่างต้นเหม้ากับต้นหว้า แล้วเอาเด็กชายปูหรือหลวงปู่ทวดใส่เปลไว้ ให้นอนหลับเพียงลำพัง แล้วบิดามารดาก็ออกไปเกี่ยวข้าว
เกี่ยวข้าวกันไปได้พักใหญ่ๆนางจันมารดาเป็นห่วงลูกน้อยที่ใส่เปลไว้จึงย้อนกลับมาดู
พอถึงเปลพลัน ตื่นตระหนกตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นงูใหญ่ตัวหนึ่งขึ้นไปอยู่ในเปลพันขดลำตัวรอบๆร่างของเด็กชายปูลูกน้อย
นางจันจึงตะโกนเรียกในนายหูสามีเสียงหลง นายหูและเพื่อนๆที่เกี่ยวข้าวอยู่ใกล้กันก็พากันรีบมาที่ต้นหว้าแขวนเปลเห็นงูใหญ่ขดรอบตัวเด็กอยู่ เด็กชายปูนอนลืมตาแป๋วมิได้แสดงกิริยาอาการตื่นตกใจแต่อย่างไร นายหูและเพื่อนก็ไม่รู้จะไล่งูให้หนีไปได้อย่างไร
มีคนในกลุ่มแนะนำนายหูว่าชะรอยงูใหญ่ที่เห็นอยู่นี้อาจไม่ใช่งูธรรมดาน่าจะเป็นเทวดาจำแลงหรือพญานาคแปลงกายมาที่พิทักษ์รักษาเด็กก็ได้
นายหูกับนางจัน จึงพากันไปหาข้าวตอกดอกไม้มาสักการะขอร้องให้งูไปจากเด็กเสียเถิดและงูก็คล้ายจะรับรู้คำขอร้องของนายหูนางจันืค่อยๆขยับตัวเลื้อยลงจากเปลลับหายไปในพงรก
นางจันรีบอุ้มลูกขึ้นมาตรวจดูจนทั่วไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆอันเกิดจากเขี้ยวพิษของงูใหญ่ก็ปีติดีใจเป็นที่สุด
แต่ที่น่าอัศจรรย์ก็คือในเปลที่เด็กชายปูนอนอยู่ มีลูกแก้วลูกหนึ่งวางอยู่มีแสงสว่างเป็นรัศมีพุ่งขึ้นมาจากลูกแก้วนั้นโดยรอบ
เมื่อจู่ๆมีลูกแก้วมาอยู่ในเปลแสดงว่าเป็นลูกแก้วที่พญางูคายทิ้งไว้ให้เด็ก นายหูผู้เป็นบิดา จึงได้เก็บรักษาลูกแก้วลูกนั้นไว้ให้ลูกต่อไป
ต่อมาคหบดีเศรษฐีชื่อปานเจ้าของที่นาซึ่งนายหูนางจันมาอาศัยทำกิน ทราบเรื่องมีงูใหญ่ขึ้นไปขดรอบตัวเด็กชายปูแล้วคายลูกแก้วทิ้งไว้ให้ ความโลภก็บังเกิดอยากจะได้ลูกแก้วมาเป็นของตนจึงได้มาขอเอาลูกแก้วลูกนั้นไปดื้อดื้อแต่นายหูไม่ยอมให้โดยอ้างว่าเป็นของลูกชายของตนแต่เศรษฐีปานยังไม่ลดละเสนอยกที่นาซึ่งนายหูนางจันกำลังทำอยู่ให้เป็นกรรมสิทธิ์เพื่อนแลกกับลูกแก้วพร้อมกับพูดจาหว่านล้อมต่างๆนานา
กระทั่งนายหูเกิดความจริงใจเพราะตนต้องพึ่งพาอาศัยเศรษฐีปานอยู่จึงจำใจมอบลูกแก้วพญางูนั้นให้ไป
คหบดีผู้ละโมภได้ลูกแก้วไปครอบครองไม่กี่วันความวิบัติวิปริตก็บังเกิดขึ้นในครอบครัวหลายอย่างหลายประการรวมแต่ทำความเดือดร้อนมาให้ทั้งบุตรภรรยาก็ล้มป่วยมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วส่วนตัวเองก็เกิดฝันร้ายซ้ำซากว่าลูกเมียและคนในครอบครัวจะต้องตายยกเรือน
เศรษฐีปานจึงรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่งตัดสินใจนำลูกแก้วพญางูไปคืนให้นายหูพร้อมทั้งนำทรัพย์สินเงินทองจำนวนหนึ่งมามอบให้เป็นค่าทำขวัญแก่เด็ก
หลังจากเอาลูกแก้วกลับคืนไปให้เจ้าของเดิมแล้วอาการเจ็บป่วยของลูกเมียก็ผ่อนคลายหายไปความเป็นปกติสุขกลับคืนมาเช่นเดิมอีกครั้ง
ลูกแก้วพญางูลูกนี้เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของหลวงปู่ทวด ก็ว่าได้และได้รับการรักษาต่อเนื่องมาเป็นอย่างดีตราบถึงปัจจุบันโดยเก็บไว้ในกุฏิของเจ้าอาวาสวัดพะโคะ ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระจังหวัดสงขลาเจ้าอาวาสทุกรูปทุกรุ่นของวัดพะโคะถือเป็นหน้าที่จะต้องดูแลรักษาดวงแก้วศักดิ์สิทธิ์นี้สืบเนื่องต่อต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
ในขณะที่หลวงปู่ทวดมีชีวิตเมื่อท่านมาคลองวัดพระโคะท่านสั่งให้บรรจุดวงแก้วดวงนี้ไว้บนยอดเจดีย์ และดวงแก้วพญางูได้สถิตอยู่บนยอดเจดีย์มาเป็นเวลาช้านานกระทั่งวันหนึ่งเกิดฟ้าผ่าลงบนยอดเจดีย์ดวงแก้วจึงได้หล่นลงมาเจ้าอาวาสวัดพะโคะในสมัยนั้นจึงได้เก็บรักษาไว้และตกทอดมาอยู่ในความดูแลของเจ้าอาวาสองค์ต่อๆมาดังกล่าว
ในกาลต่อมาดวงแก้วของหลวงปู่ทวดเกิดแตกร้าวหลุดออกมาเป็นเสี้ยวด้วยการกระทำของคนๆหนึ่ง และบุคคลผู้นั้นก็ได้รับผลของการกระทำอันวิปริตอุกอาจนั้นด้วยชีวิตของตัวเอง
ประมาณปีพ.ศ. 2471 มีชาวบ้านอยู่บ้านท่าคุระคนหนึ่งชื่อนายจีน นายจีนคนนี้เป็นคนเสียสติเข้าขั้นวิกลจริตแต่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครวันหนึ่งในจีนได้เข้าไปขโมยดวงแก้วของหลวงปู่ทวดจากกุฏิเจ้าอาวาสแล้ววิ่งหนีไป
ขณะที่ในจีนนำเอาลูกแก้วไปนั้นได้มีงูใหญ่ตัวหนึ่งหรือไล่ตามไปด้วยในจีนวิ่งหนีโดยมีงูใหญ่ไล่ตามไปติดๆ นายจีนกลัวงูกัดจึงอธิษฐานขอให้ลูกแก้วบันดาลที่เขาเหาะหนีงู แต่นายจีนก็เหาะไม่ได้ เมื่อนายจีนวิ่งหนีงูจนพ้นแล้วก็โกรธลูกแก้วเอาลูกแก้ววางลงกับพื้นแล้วใช้ก้อนหินขนาดเขื่องทุ่มเข้าใส่จนลูกแก้วแตกออกเป็นเสี้ยว ชาวบ้านเห็นเช่นนั้นจึงเข้าไปล่อหลอกเอาลูกแก้วจากนายจีนมาจนได้และนำกลับไปถวายคืนให้เจ้าอาวาส
ส่วนนายจีนก็ยังบ้าๆบอๆต่อไปและเกิดคิดฮึกเหิมว่าตัวเองเก่งกล้าที่สามารถทำลายลูกแก้วของหลวงปู่ทวดได้ พอดีเวลานั้นเกิดมีช้างป่าอาละวาดที่บ้านคลองนางเรียม นายจีนจึงประกาศจะไปจับช้างป่าใครห้ามก็ไม่ฟังคงดันทุรังเข้าไปหาช้างป่าจนได้เลยถูกช้างป่าแทงด้วยงาแล้วเอางวงจับตัวฟาดกับพื้นถึงตัวขาด 2 ท่อน สิ้นชีวิตตายไปในลักษณะสยดสยองเป็นที่สุด
จุดจบของนายจีน คล้ายกับเป็นผลแห่งกรรมชั่ว ที่บังอาจจาบจ้วง ทำลายดวงแก้วคู่บารมีของหลวงปู่ทวดฉะนั้น
ขอบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครองแฟนเพจที่รักทุกท่านครับ
ขอบคุณขอมูลดีๆจาก : นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว,แอพเกจิ – AppGeji
ขอบคุณรูปภาพสวยๆโดย : TNews

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น