วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ธรรมะเปิดโลก ตอน **ก้าวแรกของการออกจากวัฏสงสาร**


ธรรมะเปิดโลก วันที่ 22 เมษายน 2558
ตอนที่ 5 **ก้าวแรกของการออกจากวัฏสงสาร**

ในเช้าของวันนี้ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระบิดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น พระองค์ท่านได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกลับมา กับพวกเราทั้งหลาย ดังนี้ 
- - - -
พระยาธรรมเอ๋ย.. 
ใคร ที่ปรารถนาจะเดินออกจากวัฏสงสาร 
ใคร ที่คิดว่าจะดับการเกิดของตนเอง 
ใคร ที่มีความตั้งใจจริง ที่จะนำพาจิตแห่งตน ให้พ้นจากความเร่าร้อนทั้งหลาย 
-- ให้ตั้งใจประพฤติ ปฏิบัติตาม เช่นนี้เถิด --
พระยาธรรมเอ๋ย.. บุคคลผู้ใดที่พร้อมจะไปแล้ว ให้ภาวนา และรักษาศีล 5 ให้ครบ
ลูกทั้งหลาย.. บุคคล ผู้ที่ฝึกฝนตนจากการรักษาศีล 5 นั้น เมื่อเขาได้ทำการรักษาศีล 5 แล้ว อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ 
แน่นอนว่าจิตของเขาจะได้เข้าไปสู่บุคคลที่มีรายชื่อที่จะไปสู่พระนิพพาน
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. 
บางที บางคน อาจจะคิดว่าการที่เราจะเดินไปสู่ทางพ้นทุกข์นั้น เป็นเรื่องยาก 
บางคนคิดว่า ต้องสร้างสั่งสมบุญบารมีมาเยอะแยะมากมาย 
บางคนยังไม่ได้ทำและไม่เข้าใจเลย แต่ตนก็คิดเอาไว้แล้วว่า คงจะไม่ง่ายเลยที่จะทำได้ เลยทำให้ตนไม่ทำ
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. คนเราเกิดมาแล้ว การที่จะทำอะไรได้ทันทีทันใดนั้น ก็คงจะไม่ได้หรอกลูก... 
แต่มันก็จะไม่ยากอะไรเลย หากว่าเรานั้นได้หมั่นฝึกฝนอบรมตน และพยายามทำแล้ว 
ถึงแม้จะไม่ได้มาก ก็จะได้สักส่วนหนึ่ง-- ภพนี้สั่งสมไปภพหน้า ภพหน้าสั่งสมไปภพต่อไป 
เมื่อครั้งถึงเวลา เราก็จะไปได้เอง...
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. บุคคลผู้ที่ไม่ทำเลย เพราะมัวแต่กลัว มัวแต่คิดว่ายาก และตนทำไม่ได้นั้น คนผู้นั้นแหละลูก คือ คนผู้เสียเวลา ผู้เสียโอกาส เพราะแค่ความคิดของตน
แท้ที่จริงแล้ว ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การที่เราจะไปสู่พระนิพพานนั้น ไม่ได้ยากอะไรเลยลูก 
แค่รักษาศีล 5 ให้ครบถ้วน ศึกษาในเรื่องของการดับการเกิด รู้เรื่องราวของผู้นำทาง แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้อะไรเยอะแยะมากมาย หรอกลูก แค่มีความเชื่อว่า 
*/ การดับการเกิดนั้นมีจริง 
*/ ผู้นำทาง นำทางไปแบบไหน
< ศึกษาแค่พอให้เรามีความเชื่อ เพื่อเราจะได้มุ่งมั่น ทำตามในสิ่งที่เราปรารถนาจะทำนั้น อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง >
ลูกทั้งหลายเอย.. ถ้าเรารักษาศีล 5 เชื่อในพระพุทธเจ้าในชาตินี้แล้ว 
ต่อไปชาติหน้าเกิดมาใหม่ บุญเก่า สิ่งที่เราได้รับนั้น ก็จะส่งผลให้เราได้ไปเจอการปฏิบัติ ในชาติต่อไป และต่อไป
ผู้ใดที่เริ่มคิดจะออกจากวัฏสงสาร เพียงแค่รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ในชาตินี้ ถึงแม้จะทำได้มาก ได้น้อย ก็ลองทำดู ลองฝึกฝน และทำได้ เพียงแค่รักษาศีลก็พอ
บุคคลที่จะเป็นองค์พระอรหันต์ได้ หรือสำเร็จธรรมได้นั้น ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิด ถึง 8 ชาติ กว่าจะได้มาสำเร็จเป็นองค์อรหันต์
ชาติที่ 1 เริ่มจากการเข้าสู่ศาสนา รู้จักศีล 5 และรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์
บางคน ก็อาจจะเข้ามารู้จัก และอธิษฐานจิตให้ได้พบกับศาสนา 
บุญตัวนั้น ย่างก้าวแรกตัวนั้น ก็จะส่งกำลังของเราให้ไปในภพที่ 2 ให้มาเจอกับศาสนา และมีโอกาสได้ศึกษามากเพิ่มขึ้น จนเรานั้นได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคลขั้นที่ 1 และต่อไปก็มาอีกไม่เกิน 7 ชาติแล้ว เราก็จะสามารถหลุดพ้นได้
ลูกทั้งหลายเอย.. การที่จะตกไปสู่จุดที่ต่ำนั้น-- เป็นไม่มี หากลูกนั้นสามารถประพฤติศีล 5 เพื่อสอบเข้ามาอยู่ในอริยบุคคลขั้นที่ 1 แล้ว ต่อไป ชาติหน้า ภพใหม่ บุญบารมีเก่านั้น ก็จะส่งผลให้ลูกได้วนกลับมาสร้างแต่สิ่งที่ดี ชดใช้เศษหนี้กรรมต่างๆ เพื่อเข้าสู่ความพ้นทุกข์
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. 

ชาติที่ 1 ให้ตั้งใจ รักษาศีลก่อน 
ชาติที่ 2 จะมาสำเร็จเป็นอริยบุคคล 
... แล้วก็จะกลับมาอีกไม่กี่ชาติ ก็จะได้ไปสู่พระนิพพาน เป็นแน่แท้
จงสมัครให้แก่จิตตนเดินไปสู่ทางพ้นทุกข์ ด้วยการรักษาศีล 5 เถิดลูกเอ๋ย.. เพราะจะมีภพชาตินับถัดไปจากนั้น อีกไม่เกิน 7 ชาติ ก็จะพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้
เราจงฝึกตนในการปฏิบัติ รักษาศีลให้ครบ เพื่อเป็นย่างก้าวที่ 1 ในการเดินสู่ทางพ้นทุกข์เถิด
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. แท้ที่จริงแล้วไม่ได้ยาก ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเย็น เกินกว่ามนุษย์เราจะทำได้
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. เพียงแต่เราอาจจะไม่เข้าใจในหลักการทำ เราอาจจะคิดว่า คงจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ และคงจะเป็นไปไม่ได้หรอก เท่านั้นเอง
แท้ที่จริงแล้ว ถ้าเราตั้งใจจะไป ก็ไม่ยากอะไรเลย.. ลูกเอ๋ย 
เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ชาติปัจจุบันนี้ จากการรักษาศีล 5 ให้ครบ
บุญบารมี ความดีที่เราสร้างสมไว้ ก็จะนำทางเรา ให้ไปในภพหน้า ชาติใหม่
ไปเรื่อยๆ จนกว่าภพนั้นๆ เราก็จะได้มาเพื่อสำเร็จเป็นองค์อรหันต์
ลูกทั้งหลายเอย.. ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย การที่เรารู้เช่นนี้แล้ว เราจะฝึกตน ให้เข้าถึงการดับการเกิด 
ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลาอีก 7-8 ชาติ แต่ก็ดีกว่าเราต้องเวียนว่ายตายเกิด จนไม่รู้จักจบสิ้น ไม่รู้อีกกี่ภพกี่ชาติ นับชาติไม่ได้เลย ในการเวียนมาเกิด
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. อย่างน้อย การที่เราเริ่มรักษาศีล ภาวนาในชาตินี้ อาจไม่ได้ทำให้เราบรรลุเลยในชาตินี้ 
แต่ก็ไม่นาน เพราะแน่นอนว่า **ไม่เกินอีก 7 ชาติ ถัดจากชาตินี้ไป เราจะได้สำเร็จเป็นแน่แท้**
แต่หากว่าเราไม่มีการริเริ่ม / เริ่มต้นในการปฏิบัติเลย -- ยังไม่รู้ว่าเราจะมาอีกกี่ชาติ
เหมือนบุคคลที่ยังคงจะเดินต่อไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ 
เหนื่อยก็ต้องไป ทุกข์ก็ต้องไป ลำบากเพียงใดก็ต้องไป.. และไม่มีทางสิ้นสุด
อย่างน้อย การที่เราฝึกตนให้เข้าไปสู่ทางพ้นทุกข์ จากการรักษาศีล 5 ในชาตินี้ เพื่อเตรียมการไว้อีก 7 ชาติต่อไปนั้น อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่า เรานั้นเหลือระยะเวลาในการเดินทางในวัฏสงสารนี้ อีกนานเท่าไหร่
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงเปิดจิต เปิดใจแห่งตนให้กว้างๆ ให้ลูกนั้นได้รับรู้และศึกษาความเป็นจริงว่า การที่เราจะสำเร็จ เป็นอริยบุคคลขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 และที่ 4 นั้น ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย 
-- แค่เราฝึกจากการรักษาศีล 5 ให้ได้เท่านั้นเอง --
ลูกทั้งหลาย.. การรักษาศีล 5 นั้น อาจจะยาก // ยากถ้าหากว่าเราคิดว่ามันยาก 
แต่มันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย // ถ้าเราคิดว่ามันไม่ยาก
ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ที่แรงจูงใจของเรา ถ้าเรารู้แน่ชัดว่า ความทุกข์นี้ 
-- เกิดขึ้นอยู่กับการเกิด 
-- เกิดขึ้นกับการเวียนว่ายตายเกิด
เราจะหยุดการเกิดของเรา และมีความอดทน เข้มแข็ง ในการที่เราจะรักษาศีล 5 เอาตนเป็นที่ตั้ง 
พิจารณาว่า ความทุกข์ใดบนโลกนี้นั้น ถ้าเกิดขึ้นกับเรา เราก็ไม่ต้องการ 
บุคคลผู้อื่นเขาก็คงไม่ต้องการ เช่นเดียวกันกับเรา... 
และอย่าละเมิดเบียดเบียน สร้างกรรมกับผู้อื่น เพราะแท้ที่จริงแล้ว การที่เราสร้างกรรมกับผู้อื่นนั้น ก็จะเป็นการกลับมามีกรรมกับตัวของเราเอง
เมื่อบุคคลผู้ใดที่ระลึกรู้เช่นนี้ เขาจะไม่ทำการเบียดเบียนต่อใครเลย 
เมื่อไม่เบียดเบียนต่อผู้อื่นเลยนั้น > ย่อมรักษาศีล 5 ได้
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงศึกษาศีล 5 ให้ครบ แล้วรักษาให้ได้ด้วยการ*เชื่อมั่นในเรื่องกฎของกรรม* 
การประพฤติดี ปฏิบัติดี จะทำให้ผู้อื่นไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีกับเรา แล้วเราก็จะไม่ปรารถนาสร้างกรรม
เมื่อเราไม่ปรารถนาที่จะสร้างกรรมกับใคร ศีล 5 ก็จะครบ 
เมื่อศีล 5 ครบนั้น เราก็จะสามารถเข้าไปสู่การที่จะหลุดพ้นได้ ในอีกไม่กี่ภพ ไม่กี่ชาติข้างหน้าต่อไป
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ระบุปลายทางของตน โดยการฝึกฝนให้รักษาศีล 5 ให้ครบเถิดลูก...
-- เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ถ้าลูกนั้นได้ตั้งใจที่จะทำแล้วอย่างแท้จริง --
สาธุ

ที่มา  https://youtu.be/ssny-UUrsvM

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น