วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564

#ปัญญาบารมี

✴️ ปัญญาบารมีวันนี้ ท่านบอกว่า "ให้พูดเรื่องทุกข์ข้อเดียว" ถ้าพูดเรื่องทุกข์ข้อเดียวมันก็จบเเล้วนี่ จบไหม ท่านบอกว่า "คนเรานั่งอยู่ก็นั่งอยู่กับความทุกข์ กินอยู่ก็กินอยู่กับความทุกข์ นอนก็นอนกับความทุกข์ เดินไปเดินมาก็เดินกับความทุกข์" ใช่ไหม?

✴️ ไอ้ที่นั่งอยู่นี่มันเมื่อยไหม เมื่อย ทุกข์ ไอ้ที่เรานอนเพราะเมื่อย เราทุกข์จึงนอน ต้องการพักผ่อน นอนอยากจะให้หลับเร็ว ถ้ามันไม่หลับมันก็ทุกข์ ไอ้คนที่กินก็กินด้วยความทุกข์ ถ้ามันไม่หิวมันก็ไม่กิน ก่อนที่จะได้กินอาหารทั้งหมด ได้จากเเรงงานที่เป็นทุกข์ 

✴️ ความจริงได้เรียน"ทุกข์"ข้อเดียวได้ ก็ไม่ต้องเรียนอะไรกันอีก จบ! คนอื่นจบหรือไม่จบ ฉันจบ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉันเองเมื่อลาพุทธภูมิ พระพุทธเจ้าสอนทุกข์ตัวเดียวตั้งเเต่เวลา ๔ ทุ่มถึงตี ๒ ทุกคืน เเค่ทุกข์ตัวเดียว ท่านพูดทุกคืน เมื่อสอนทุกข์เต็มกำลังที่ท่านต้องการเเล้วท่านก็เลิก พอกลับมาอีกทีท่านบอกว่า "ไม่มีอะไรจะสอนอีกเเล้ว" เพราะ #คนเราถ้าเห็นทุกข์ก็ไม่มีความอยากจะเกิดเป็นคน! 

ที่มา

🖋️📚หนังสือพ่อสอนลูก เล่ม ๑ (๒๕๔๘) หน้า ๔๗๓-๔๗๔
⚜️พระราชพรหมยานเถระ⚜️
🙏หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง🙏

🖋️📚คัดลอกแบ่งปันเป็นธรรมทานโดย⚜️
🧘จิตหนึ่งประภัสสรสุดยอดคือพระนิพพาน

จะเกิดเป็นเทวดาใหม่ หรือจะเป็นพรหมใหม่ นี่แสนยาก.

🙏..พระพุทธเจ้าบอกว่า..เทวดาก็ดี พรหมก็ดี เมื่อหมดบุญวาสนาบารมี จะเกิดเป็นเทวดาใหม่ หรือจะเป็นพรหมใหม่ นี่แสนยาก...หายาก จะมาค้างอยู่แค่มนุษย์...ก็แสนยากเหมือนกัน ส่วนมากลงอบายภูมิ เพราะว่าคนเราที่ไปเกิดเป็นเทวดา ด้วยอาศัยบุญเบื้องหลัง เกิดมาย่อมทำบาปด้วยกันทุกคน แต่หากก่อนตายเราสร้างความดี เราก็ไปเป็นเทวดาก่อน เป็นพรหมก่อน พอหมดจากวาสนาบารมี ก็ต้องไปใช้หนี้กรรม คืออกุศล ต้องลงอบายภูมิ...ใช่ไหมล่ะ ทีนี้ถ้าจะไป ก็อย่าไปมันเลย แค่เทวดากับพรหมน่ะ ดีไม่ดีมันจะป๋อม...ตกแค่ท้องหมา มันยังดีนะ มีข้าวกินนะ ถ้าลงนรกนี่มันแย่ กว่าจะมาใหม่.. 

🍀... สำหรับท่านโกฏอริยกะ เกิดเป็นหมาก็มีความรู้ภาษาคนดี ต่อมาเจ้านายมีความเคารพในพระปัจเจกพุทธเจ้า อาศัยเธอเป็นสุนัขแสนรู้ เวลาที่ท่านเจ้าของไม่มีโอกาสที่จะไปรับพระปัจเจกพระพุทธเจ้าตอนเช้ามาฉันที่บ้าน ก็ใช้สุนัขแสนรู้ตัวนี้ไปนิมนต์ แกไปถึงหน้าสำนักของท่าน ก็เห่าบ้าง หอนบ้าง เป็นสัญญาณว่ามารับแล้วก็เดินนำมา บางคราวพระปัจเจกพุทธเจ้าแกล้งทำเลยไปไม่เลี้ยวเข้าบ้าน แกก็ไปขวางหน้า ท่านก็แกล้งไปหยุด แกก็เอาปากดึงสบง ฉลาดเสียด้วยนา... 

🍀...อาศัยที่จิตใจของเธอมีความรักในพระ ตายไปเธอก็ได้เกิดเป็นเทวดา นี่เป็นอันว่าจิตใจของเรามีความสำคัญ ก่อนตายจิตใจของเราจับจุดไหน อย่านึกว่าความดีของเราไม่มี เราจะไปจับพระนิพพานได้ยังไง นิพพานนี้ไปไม่ยาก ไม่ต้องเสียสตางค์ ไปนรกซีต้องลงทุนมากกว่า ต้องลงทุนโกหกเขาอ ทำร้ายเขาสารพัด ไปสวรรค์ไปนิพพาน นอนในมุ้งเราก็ไปได้ นอนนึกถึงคุณของพ่อของแม่ นอนนึกว่าไอ้คนนั้นมันไม่มีข้าวจะกิน พรุ่งนี้จะเอาข้าวไปให้มันสักก้อนสองก้อน บ้านนั้นมันไม่มีสตางค์ใช้ เออ...มีสตางค์อยู่ ๒ บาท พรุ่งนี้เอาไปแบ่งให้สักสลึง ยังไม่ทันจะให้.....ตายเวลานั้น ไปสวรรค์เลย...เพราะจิตเป็นกุศล 

🍀...ถ้าเราอยากจะเป็นพรหม นอนภาวนาพุทโธ ธัมโม สังโฆ จับลมภาวนา นึกถึงทาน นึกถึงสศีลอะไรก็ช่าง จิตมันทรงอารมณ์ มีความชุ่มชื่น เบิกบาน อิ่มเอิบ นึกถึงความดี ว่าภาวนา "พุท โธ" ถึงพระพุทธเจ้าท่านก็ดี ธัมโมพระธรรมก็ดี สังโฆพระสงฆ์ก็ดี นึกถึงทานการบริจาค เป็นจาคานุสติกรรมฐาน ว่าวันนี้เราเห็นคนเขาหิวข้าว เห็นสัตว์ตัวผอมเดินกระย่องกระแย่ง เราให้ข้าวไปก้อนหนึ่ง เรามีความปรารถนาอย่างไร สัตว์ก็มีความปรารถนาอย่างนั้น จิตใจคิดอยู่แบบนี้ เพลินสบาย เสียงวิทยุในบ้านดังอ้าวๆ เด็กในบ้านทะเลาะกัน เราก็ไม่รำคาญ เราคิดเพลินอย่างนี้ อารมณ์เป็นปฐมฌาน คืนนั้นก็ตายก็ไป...เกิดเป็นพรหม...ง่ายนิดเดียว

💓...ถ้าเราอยากไปนิพพาน ก็คิดดูว่า..ตั้งแต่เช้ามาจนนอนนี่ โอ้โฮ...มันมีอะไรกันบ้างนี่ในวันนี้ เช้าตื่นขึ้นมา อุ๊!...ไม่ไหวแล้วที่ปากเลอะเทอะ ต้องไปแปรงฟัน ต้องไปล้างหน้า ต้องไปหุงข้าวหุงปลา อาหารก็จะกิน เดี๋ยวก็ถ่ายอุจจาระ เดี๋ยวก็ถ่ายปัสสาวะ ยุ่งกันไปหมด เฮ้ย!...เกิดมาเป็นคนนี่หาความสุขอะไรไม่ได้ จะดูคนไหนก็วุ่นวายไปด้วยการงาน ทำงานเกือบตาย สะสมทรัพย์สินไว้มากมาย สิ่งใดที่ปรารถนาก็พยายามไปหามา ในที่สุดต่างคนต่างตาย เมื่อต่างคนต่างตาย ทรัพย์สินที่เราหามาได้ มันก็ไม่เป็นของเรา ชาวบ้านเอาไปหมด แม้ร่างกายของเราก็เอาไปไม่ได้ พระพุทธเจ้ากล่าวว่า.."ร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา" นี่เป็นของจริง แล้วทำไมเราจึงเกิด เราเกิดเพราะว่าเราหลง หลงอยู่ในโลภะ ความโลภ ความโกรธ ความจริงคนทุกคนเกิดมาแล้วมันก็ทุกข์ เกิดมาแล้วมันก็ตาย คนทุกคนก็มีความปรารถนาดี ที่จะทำอะไรไปก็เพราะมีความปรารถนาดี เขาถึงทำอย่างนั้น แต่เราไม่ชอบใจ เราก็ไม่โกรธเขา ประการสุดท้ายเราก็เมาในชีวิต ชาวบ้านเขาตาย เราก็เห็นแต่เพียงว่าเขาตาย ไม่ได้คิดว่าเราจะตายบ้าง เป็นอันว่าเกิดมาเพราะอาศัยความชั่วในจิต คือ 

๑.ติดอยู่ในความรโลภ 

๒.ติดอยู่ในความโกรธ 

๓.ติดอยู่ในความหลง 

💓...ทีนี้เราไม่เอาละ เลิกเกิดมันเสียดีกว่า มีหน้าที่หากินโดยสุจริตก็ทำไปตามหน้าที่ จะมีรายได้มากเท่าไรไม่สำคัญ แต่เราไม่ทุจริต คิดว่าเมื่อเสียชีวิตยังมีอยู่ คนในปกครองยังมีอยู่ ต้องทำมาหากินยังชีพให้ทรงตัว เพื่อให้คนในปกครองมีความสุข ด้วยอามิส คือ ทรัพย์สินที่หามาได้ แต่ก็มีความรู้สึกอยู่เสมอว่า ทรัพย์สินที่หามาได้นี้...ช่างมัน...ตายแล้วจะไปอยู่กับใครก็ช่าง เราไม่สนใจกับมันอีก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายสำหรับชีวิตเรา ถ้าใครเขาจะสร้างความโกรธความพยาบาทให้เกิดกับเรา เราก็ถือว่านั่นเป็นความบ้าของเขา เราไม่อยากจะโกรธ ไม่อยากพยาบาท ถ้าเขาไม่ดีเราไปพูดดีกับเขา เขาก็แสดงอาการโหดร้าย สร้างความสะเทือนใจให้เกิดเรา ก็ใช้อุเบกขาเสีย...วางเฉยเสีย ไม่ใช่เราโกรธ 

🔥...แต่เมื่อพูดแล้วเขาดีด้วยไม่ได้ เราก็ไม่พูด ทำใจให้สบาย ไม่ติดใจในเรื่องของความโกรธพยาบาท แต่ถ้าเราคิดดูว่าถ้าจะฆ่าคนนี้ ก็น่านึกดูว่า คนที่เราจะฆ่านะจะอยู่อีกสักกี่ปี ถ้าเราไม่ฆ่าเขาจะอยู่สัก ๕๐๐ ปีได้ไหม...ก็อยู่ไม่ได้ เราไม่ต้องฆ่าหรอก ความจริงไอ้คนจะตายน่ะนะ มันของไม่ยาก คนเกิดมาเท่าไหร่ มันก็ตายหมดเท่านั้นอยู่แล้ว...
.
.ที่มา
.
🙏โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
✍จากหนังสือเรื่องจริงอิงนิทาน เล่ม ๓ หน้า ๑๙๓-๑๙๕

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564

9 สิ่งถ้าเข้าใจทุกข์จะน้อยลง

“ 9 สิ่งถ้าเข้าใจทุกข์จะน้อยลง 😊 “
1. มีเท่ากันทุกคน คือ “เวลา” 
ใช้ก็หมด ไม่ใช้ก็หมด

2. “ตายแน่นอน”อย่าไปอิจฉา
หรือสาปแช่งใครยังไงเขาก็ตาย 
เราก็ตายเช่นกัน

3. “ไม่พอใจ” ในตัวเอง 
มีเท่าไหร่ก็ไม่มีความสุข

4. “ความไม่มี” ไม่ทุกข์เท่า 
. . “ความอยากมี”

5. จะไม่เหนื่อยถ้าเป็นตัวเอง 
จะโคตรเหนื่อยถ้า
 ”พยายามเป็นเหมือนคนอื่น”

6. “อย่าบังคับใคร” เพราะใครก็
บังคับเราไม่ได้เช่นกัน สุดท้าย
เรามีทางเดินของตัวเอง

7. “ผลกรรม” ไม่ได้เกิดจากการ
จองเวรจองกรรม เมื่อถึงเวลา
เดี๋ยวกรรมจะทำงานเอง

8. “ไม่คาดหวัง” ก็จะไม่ผิดหวัง 
ใครวางได้ คนนั้นก็สุขก่อน

9. “ชีวิตที่ดีที่สุด” คือชีวิตที่เป็นแบบ
ของตัวเอง ไม่เปรียบเทียบ ไม่อิจฉา 
ปล่อยวางอดีต เลิกคาดหวังอนาคต 
ทำวันนี้ให้เต็มที่และดีที่สุดก็พอ...

.....................................................
สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ.
การให้ธรรมทานชนะซึ่งการให้ทั้งปวง
--------------------------------

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ภาวนาแล้วจิตตกวูบไป

🔹️ผู้ถาม : "กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ลูกภาวนา "พุทโธ" กับ "อานาปา" ควบกันไป ก็ปรากฏว่าจิตสงบมัน...ก็ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นอุปจารสมาธิ...ก็ไม่เชิง มันจะมีจุดๆหนึ่งอย่างนี้ขอรับ จิตมันไปตกวูบ พอวูบไปปั๊บผมก็เกิดความกลัว ก็ภาวนาใหม่ เริ่มต้นใหม่...ก็วูบอีก ลักษณะแบบนี้แก้ไม่ตก ไม่รู้จะแก้ยังไง ขอพึ่งบารมีหลวงพ่อ แนะนำวิธีลูกหน่อยเถิดขอรับ..?"

🔸️หลวงพ่อ : "อาการแบบนี้นะ ขณะที่จิตสบาย อันนั้นติดตั้งอยู่ในปฐมฌาน แต่ว่าสมาธิไม่ทรงตัว สมาธิตก ฌานเริ่มตก มีวูบๆ คล้ายตกต้นไม้ใหญ่ นั่นเขาเรียก "จิตพลัดจากฌาน" วิธีแก้ไม่ยาก เพราะว่าเริ่มต้นทีแรกลมหยาบเกินไปให้ใช้หายใจยาวแบบเกณฑ์ทหารนะ ๕-๖ ครั้ง หายใจแรงๆยาวๆนะ ทำอย่างนี้ทุกวันๆ ไม่ช้าอาการจะหาย ขับลมอยาบทิ้งไปก่อน อันนี้ไม่ยาก"
.
.
.
🙏โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
✍คัดจากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑๐ หน้า ๗๒-๗๓

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564

“ บทธรรมบรรยาย “#หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต“ วิเวกธรรม ๒ “



🍀เมื่อจะทรงแสดงธรรมเครื่องข้ามตัณหา จึงตรัสพระคาถาว่า “ ยัง กิญจิ สัญชานาสิ อุทธัง อโธ ติริยัญจาปิ มัชเฌ เอตเสุ นันทิญจ ปนุชชวิญญาณัง ภเว น ติฏฐ “ “ ดูก่อนท่านทั้งหลาย ท่านจงรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งในเบื้องบน เบื้องต่ำ และเบื้องขวางสถานกลาง แล้วจงบรรเทาเสีย จงละเสียซึ่งความเพลิดเพลินและความถือมั่นในสิ่งเหล่านั้น วิญญาณของท่านก็จะไม่ตั้งอยู่ในภพ ดังนี้

🍀คำว่าเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวางสถานกลาง นั้น ทรงแสดงไว้ ๖ นัย คือ นัยที่ ๑ อนาคตเป็นเบื้องบน อดีตเป็นเบื้องต่ำ ปัจจุบันเป็นเบื้องขวางสถานกลาง นัยที่ ๒ เหล่าธรรมที่เป็นกุศลเป็นเบื้องบน เหล่าธรรมที่เป็นอกุศลเป็นเบื้องต่ำ เหล่าธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นเบื้องขวางสถานกลาง นัยที่ ๓ เทวโลกเป็นเบื้องบน อบายโลกเป็นเบื้องต่ำ มนุสโลกเป็นเบื้องขวางสถานกลาง นัยที่ ๔ สุขเวทนาเป็นเบื้องบน ทุกข์เวทนาเป็นเบื้องต่ำ อุเบกขาเวทนาเป็นเบื้องขวางสถานกลาง นัยที่ ๕ อรูปธาตุเป็นเบื้องบน กามธาตุเป็นเบื้องต่ำ รูปธาตุเป็นเบื้องขวางสถานกลาง นัยที่ ๖ กำหนดแต่พื้นเท้าขึ้นมาเป็นเบื้องบน กำหนดแต่ปลายผมลงไปเป็นเบื้องต่ำ สว่นท่ามกลางเป็นเบื้องขวางสถานกลาง

🍀เมื่อท่านมาสำคัญหมายรู้เบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวางสถานกลาง ทั้ง ๖ นัยนี้แล้ว แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง พึงบรรเทาเสียซึ่งนันทิ ความยินดี เพลิดเพลิน และอภินิเวส ความถือมั่นด้วยตัณหาและทิฏฐิ...

เทิดไว้เหนือเศียรเกล้า ด้วยเกล้า สาธุ.
Cr.fbพระคุณเจ้าchusak

ทำไมเราจึงมองเห็น ยานอวกาศ

เรามาทำความเข้าใจกับยานบินต่างดาวที่พวกเขาเข้ามาปฎิบัติหน้าที่บนโลกของเรากันดีกว่า

ระหว่างที่มนุษย์เราเรียกว่า UFO นั้น เป็นพาหนะที่ที่พวกเขาไม่รู้จัก ถ้ามองจากรูปธรรมต่าง
ดาว

มันเป็นเพียงแค่ยานพาหนะเท่านั้น เพื่อใช้มันเคลื่อนที่ไปในช่องว่างกาลอวกาศ พวกเขาจึงอยากให้พวกเราเรียกว่ายานบินอวกาศจึงจะเหมาะ

ภายในยานบินอวกาศ ข้างในมันมีโครงสร้างเป็นกึ่งสิ่งมีชีวิตที่สามารถแปรเปลี่ยนรูปร่างตัว
เองได้

เมื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง โครงสร้างภายในจะถูกอัดแน่นด้วยแรงดึงดูดที่สูงมาก

เพื่อเป็นการลดนํ้าหนักถ่วง มันจึงต้องออกแบบโครงสร้างเป็นแบบนี้ เมื่อเคลื่อนที่โดยการ
วาปด้วยความเร็วสูงสุด

พวกเขาจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับยานบินท่องอวกาศแล้วด้วยการรวมกันนั้นเองพวกเขา

จึงสามารถดำรงชีวิตของตนอยู่ได้โดยไม่รู้สึกถึงแรงกดอากาศที่มหาศาลรายรอบตัวพวกเขาได้

มนุษย์เราอาจมองเห็นพวกเขาได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง เพราะโดยพื้นฐานแล้วพวกเขาอยู่ในมิติที่สูงกว่ามนุษย์

อยู่ในคลื่นความถี่มิติที่สูงกว่า ตาเนื้อมนุษย์ก็ไม่สามารถมองเห็นพวกเขาได้ แต่เมื่อพวกเขาลดคลื่นความถี่ลง

เมื่อมาปฎิบัติหน้าที่บางสิ่งบางอย่างที่เป็นคุณต่อมนุษย์พวกเราจึงจะสามารถมองเห็นพวกเขาได้

เราจะเห็นบ่อยแถบเปรู เม็กซิโก นั่นคือการบินชนิดลดคลื่นความถี่ลงมานั่นเอง โดยปกติจะ

อยู่ในคลื่นความถี่ที่มนุษย์มองไม่เห็น แต่คนที่มีพลังจิตสูงๆ หรือมีตาทิพย์ก็สามารถติดต่อสื่อสารกับพวกเขาได้ 

แต่ถ้าพวกเราไม่สามารถเห็นพวกเขาด้วยตาเนื้อได้ พ่อว่าไม่ต้องเสียดายเลยนะ พ่อจะบอก

วิธีสังเกตุเคร่าๆ ให้ลูกๆ สังเกตุท้องฟ้าในวันที่มีอากาศแจ่มใส ลมแรง ปกติเมฆจะไหลไปตามกระแสลม

บางขณะถึงลมจะแรงสักปานใด เมฆจะคงตัวอยู่ในรูปแบบร่ม ไม่ยอมเคลื่อนที่ไปไหนนั่นละ

ภายในคือยานบินของเราที่พรางตัวอยู่ล่ะ ยานบินของเราขับเคลื่อนด้วยการสร้างสนามพลังแม่เหล็กขึ้นมา

บริเวณรอบๆ ยาน ในกรณีที่มีปริมาณนํ้าลอยอยู่ในอากาศ ยานของเราก็จะเปลี่ยนพลังงานไอนํ้านั้น

ให้ควบแน่นก็จะปรากฎเป็นรูปเมฆคล้ายร่มหรือเป็นรูปเมฆวงกลม เป็นรูปคล้ายจานเพื่อห่อหุ้มยานบินของเรา

แม้ลมจะแรงแต่ยานบินรูปเมฆของเราก็ยังอยู่กับที่ หากลูกๆ เห็นเมฆแบบนี้ไม่ผิดแน่มีพวกเราอยู่ในนั้นแน่นอน...

ยานอวกาศ Peiadian Starships – สร้างขึ้นได้อย่างไร?

Peiadian Starships – สร้างขึ้นได้อย่างไร?
โดย Eliza Ayres
25 มิถุนายน 2021 

โปรดทราบว่าฉันไม่ใช่วิศวกรที่ผ่านการฝึกอบรม การมีส่วนร่วมของฉันกับยานอวกาศคือคริสตัล ฉันคือสิ่งที่คุณเรียกว่ามาสเตอร์คริสตัล การเดินเข้าไปใน Terra ของฉันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ 'ฉัน' ดังนั้นอย่าคาดหวังให้เธอปลุกคริสตัลใดๆ ตอนนี้ 

คริสตัลถูกใช้โดยเรือรบของเราอย่างไร?
ในบทความอื่น ฉันได้กล่าวถึง 'คนตัวเล็ก' ของเรา นั่นคือ Elementals พวกเขาไม่ใช่คนแคระหรือมีความบกพร่องทางพันธุกรรม พวกเขาเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ Elementals มีทักษะและค่านิยมของตนเองและมักอาศัยอยู่ในอาณานิคม พวกเขายังทำงานบนเรือของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของเรือที่มีปัญหาสำหรับคนตัวสูง เช่น วิศวกรรมในห้องเครื่อง Elementals ยังทำงานในแผนกโภชนาการซึ่งเป็นสถานที่เตรียมอาหารและในร้านค้า ซึ่งทำเครื่องแบบและเสื้อผ้าอื่นๆ สำหรับบุคลากรของเรา ตลอดจนแผนกอื่นๆ แล้ว 

Elementals เกี่ยวข้องกับคริสตัลอย่างไร? มีธาตุบางตัวที่มีพรสวรรค์ในการสื่อสารและเติบโตคริสตัล
Elementals ที่ค่อนข้างพิเศษเหล่านี้เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง มีพรสวรรค์อย่างมาก และเป็นที่เคารพนับถือ พวกเขามีกลุ่มคริสตัลขนาดใหญ่ที่รวบรวมจากทุ่งคริสตัลและนำไปที่โกดังใกล้ที่จะวางคริสตัลไว้ในเรือที่กำลังก่อสร้าง จากนั้นพวกเขาก็แยกกระจุกออกจากกันอย่างระมัดระวัง ปล่อยให้คริสตัลแต่ละจุดไม่เสียหาย… และเริ่มนั่งสมาธิกับคริสตัล Elementals ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้สั่งให้คริสตัลเติบโตและเติบโตจนมีขนาดมหาศาล แต่ละจุดที่นำมาจากคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ยังคงสามารถสื่อสารกับน้องสาวของเธอ จุดอื่น ๆ จากคลัสเตอร์เดิม... ลักษณะของคริสตัลที่จะเข้าสู่ภาพในภายหลัง
ตอนนี้ เมื่อแม่คริสตัลของเรือลำใหม่เติบโตขึ้นเป็นขนาดใหญ่ Crystal Master ก็เริ่มสอนคริสตัล เธอเรียนรู้สิ่งที่คาดหวังจากเธอขณะที่เธอทำหน้าที่เป็นที่เก็บพลังงานแสงอาทิตย์และข้อมูลทั้งหมดที่เผยแพร่บนเรือ โดยข้อมูลทั้งหมด ฉันหมายถึงทุกความคิด คำพูด การกระทำ ข้อมูลที่ได้รับและส่งโดยใครก็ตามที่อยู่ในเรือ ข้อมูลสามารถส่งจากเรือไปยังเรือได้ทันทีในพื้นที่หลายพันล้านไมล์ นอกจากนี้ยังสามารถเก็บไว้ใน Mother Crystals ที่พบในแต่ละเกาะ บ่อยครั้งในวัดและบางครั้งในอาคารราชการ เช่น พวกเขาอยู่ในกลุ่มดาวลูกไก่
ดังนั้น เมื่อ Mother Crystal ของเรือลำใหม่พร้อมแล้ว เธอก็จะถูกวางไว้ที่ศูนย์กลางของเรือ ด้วยกลไกที่กระตุ้นเรือ ยกขึ้นและลง เคลื่อนไปข้างหน้าและข้างหลัง 
วิศวกรจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร? เกียร์ เกียร์ เพลาขับ ฯลฯ ที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนหรือแรงจูงใจ ด้วยแกนกลางของเรือที่สร้างขึ้นนี้ เรือตัวอ่อนจะถูกยกขึ้นสู่บรรยากาศเหนือพื้นที่ก่อสร้าง จากนั้นจึงสร้างเรือจากภายในสู่ภายนอกจนสร้างเปลือกได้อย่างสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไปคือการทาผิวนอกบนเรือ เพื่อปิดผนึกบรรยากาศ ใส่หน้าต่าง ประตู ช่องลงจอด และช่องเปิดทางกล จากนั้นการตกแต่งของเรือก็เริ่มขึ้น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนภายในทั้งหมดจะถูกวางลงในเรือ ในที่สุด เรือก็ติดตั้งอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์
คริสตัลแม่สำหรับยานแม่อย่างThe White Winds อาจมีขนาดใหญ่ถึง 100 ฟุตคูณ 40 ฟุต Mother Crystals สำหรับพาหนะขนาดเล็กจะมีขนาดตามสัดส่วนของพาหนะที่พวกเขากำลังเตรียม เมื่อติดตั้งในที่อยู่อาศัยและบนเรือแล้ว Mother Crystals ของเรือแต่ละลำสามารถสื่อสารกับพี่สาวน้องสาวของพวกเขาในรูปแบบของกระแสจิต คุณอาจถามว่าเป็นไปได้อย่างไร? มันค่อนข้างง่าย คริสตัลมีความรู้สึก มีชีวิตอยู่ และถูกใช้ในทางที่ผิดอย่างมากกับ Terra
แหล่งพลังงานสำหรับเรือ Pleiadian คือพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งรวบรวมโดยแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่และเก็บไว้ในแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือ Mother Crystal ของเรือ Mother Crystal นี้ยังใช้เป็นสมาธิสำหรับลูกเรือและผู้เยี่ยมชม โดยพื้นฐานแล้วเรือลำนี้ดำเนินการโดย Source Energy ที่มาจากดวงอาทิตย์ในบริเวณใกล้เคียง เรือ Pleiadian ไม่เคยหมดพงังงานหรือประสบกับภาวะไฟดับ วิศวกรรมพื้นฐานของโครงข่ายไฟฟ้านั้นค่อนข้างเรียบง่ายและในขณะเดียวกันก็ทรงพลังอย่างยิ่ง พลังงานจะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรีแบตเตอรีจนกว่าจะมีความจำเป็น
การเคลื่อนที่ของเรือจะถูกส่งผ่านไปยัง คำบัญชาการหลัก ซึ่งทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกันกับเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก ผู้บัญชาการปฏิบัติการหรือช่างเทคนิคคนใดคนหนึ่งของเขาเข้าสู่พิกัดและความเร็วที่ต้องการให้เรือเคลื่อนเข้ามาและเรือก็ทำหน้าที่ อีกประเด็นหนึ่ง ยานแม่ขนาดยักษ์ของเราเคลื่อนที่ช้ามาก แม้ว่าพวกมันจะสามารถเดินทางจากระบบสุริยะนี้ไปยังกลุ่มดาวลูกไก่ได้ภายในระยะเวลาสองสัปดาห์ และสักวันหนึ่ง เรือทุกลำของเราจะออกจากระบบนี้ จุดประสงค์ของเราในการอยู่ที่นี่ให้สมบูรณ์
ด้วยความอยากรู้เพราะฉันจำทุกสิ่งที่ฉันเรียนรู้จาก University Ship ไม่ได้ในขณะที่เดินเข้ามา ฉันถามคำถามสองสามข้อที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข้างต้น:
เรือของเราสามารถเปลี่ยนเฟสได้หรือไม่? ใช่. ซึ่งหมายความว่าเรือสามารถปรากฏกะพริบหรือหายไปเมื่อถูกมองโดย Terrans ไม่ว่าจะจากพื้นดินหรือในอากาศ พวกเขาเป็นเพียง (สำหรับเรา) เปลี่ยนความถี่ซึ่งทำให้พวกเขาดูเหมือนจะหายไปเมื่อพวกเขายังคงอยู่หรือวิ่งออกไป
เรือลำเล็กของเราจะเปลี่ยนทิศทางกะทันหันได้หรือไม่? ใช่. วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเรือสามารถทนต่อแรง G มหาศาลในชั้นบรรยากาศ และไม่มีแรงโน้มถ่วงเช่นนั้นอยู่นอกชั้นบรรยากาศ
เรือของเรามีความรู้สึกหรือไม่? เลขที่
เรือของเราเป็นแบบออร์แกนิกหรือไม่? เลขที่
แน่นอนว่ายังมีอะไรอีกมากมายในการสร้างเรือทุกขนาด แต่อย่างที่ฉันพูด ฉันไม่ใช่วิศวกร  
โดยพื้นฐานแล้ว สิ่งที่ Terrans เรียกว่ายูเอฟโอคือเรือต่างดาวนอกโลก กลุ่มดาวลูกไก่มีเรือหลายพันลำ ซึ่งส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่าเรือแม่ของเรามาก ซึ่งตั้งอยู่ในระบบสุริยะนี้ เราสร้างเรือมาหลายแสนปี นานก่อนที่จะมีอารยธรรมที่ใช้งานได้บน Terra เรือบางลำของเราได้นำผู้อพยพที่กล้าหาญมายังโลกนี้เมื่อนานมาแล้ว ส่วนที่ดีของประชากรพื้นเมืองที่มีเปลวไฟหัวใจบนพื้นผิวของ Terra มีเชื้อสาย Pleiadian หรือ Sirian 
แน่นอนว่ากลุ่มดาวลูกไก่ไม่ได้มียานอวกาศเพียงลำเดียวในระบบสุริยะนี้ พันธมิตรของเรา ชาวซีเรีย ชาวแอชทาเรียน (กองบัญชาการอัชตาร์) ชาวแอนโดรเมดาน ชาววีแกน (จากเวก้า) ชาวอาร์คทูเรียน และคนอื่นๆ ต่างก็มีเรือประจำการอยู่ในระบบสุริยะนี้ หลายแห่งถูกปิดบังและหลายแห่งอาศัยอยู่ในความถี่ที่สูงกว่าดังนั้นจึงไม่สามารถมองเห็นได้โดยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับโลกแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ตาม ประเทศดาราอื่น ๆ บางประเทศมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าของเรา แต่เราเป็นคนที่ใช้งานได้จริง เราใช้สิ่งที่ได้ผลและทำให้มันเรียบง่าย
ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับการสำรวจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำเพื่อสร้างเรือสตาร์
นมัสเต
ฉันกำลัง Sundeelia ผู้บัญชาการระดับ 2 R & D, Elexa นำร่อง Maubene

© สงวนลิขสิทธิ์ Eliza Ayres https://sunnysjournal.com/2021/06/25/pleiadian-starships-how-are-they-built/